ความพงพอใจของบคลากรกรมควบคมโรคตอกระบวนการบรหารจดการการเดนทางไปราชการชวคราว ณ ตางประเทศของสำนกงานความรวมมอระหวางประเทศ
Abstract
ความเป็นมา : การเดินทางไปราชการต่างประเทศของบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติ สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศมีภารกิจในการประสานจัดทำแผนการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว โดยยึดหลักการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award: PMQA) หมวด 3 ที่เน้นการให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นศูนย์กลาง จึงได้ประเมินและเปรียบเทียบความพึงพอใจของกระบวนการบริหารจัดการการเดินทางไปราชการชั่วคราว ณ ต่างประเทศ และนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนากระบวนการดังกล่าวอย่างเป็นระบบ วิธีการศึกษา : การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional analytic study) กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 166 คน ได้แก่ (1) ผู้จัดทำอนุมัติตัวบุคคลเพื่อเดินทางไปราชการต่างประเทศ จำนวน 36 คน (2) ผู้จัดทำโครงการงบประมาณรายจ่ายอื่น จำนวน 13 คน และ (3) ผู้เดินทางไปราชการ ณ ต่างประเทศ จำนวน 117 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างที่ไม่อาศัยความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling) และแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม จำนวน 3 ชุด แต่ละชุดมี 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านกระบวนการ/แนวทางการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedures: SOP) (2) ด้านบุคลากรผู้ให้บริการ และ (3) ด้านการอำนวยความสะดวกและช่องทางการให้บริการ และข้อเสนอแนะ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงอนุมาน (F-test, One-Way ANOVA, Scheffe) ผลการศึกษา : พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีอายุอยู่ในช่วง 31–40 ปี ร้อยละ 42.86 รองลงมา คือ ช่วงอายุ 51–60 ปี ร้อยละ 29.76 เป็นสายงานหลัก ร้อยละ 73.81 และสายงานสนับสนุน ร้อยละ 26.19 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจ (ภาพรวม) อยู่ในระดับมากทุกกลุ่ม เทียบระหว่างกลุ่ม กลุ่มผู้จัดทำโครงการงบประมาณรายจ่ายอื่นมีความพึงพอใจสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.62, S.D. = 0.51) รองลงมาคือกลุ่มผู้จัดทำอนุมัติตัวบุคคลอยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.37, S.D. = 0.76) และกลุ่มผู้เดินทางไปราชการ อยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.15, S.D. = 0.67) เทียบระหว่างด้าน พบว่า ด้านบุคลากรผู้ให้บริการได้รับความพึงพอใจสูงสุดในทุกกลุ่มอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.57 S.D. = 0.51, 𝑥̅ = 4.81 S.D = 0.33, 𝑥̅ = 4.04 S.D. = 0.83) รองลงมา ด้านการอำนวยความสะดวกอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด (𝑥̅ = 3.97−4.52) และด้านกระบวนการ/แนวทางปฏิบัติ (SOP) อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด (𝑥̅ = 3.99−4.50) สรุปผลการศึกษา : ผู้รับบริการจากทุกกลุ่มมีความพึงพอใจในระดับมาก โดยเฉพาะด้านบุคลากรสะท้อนความสามารถการให้บริการอย่างมืออาชีพและเป็นจุดแข็งของกระบวนการบริหารจัดการฯ สิ่งที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ ความรวดเร็วของกระบวนการอนุมัติ ความชัดเจนของข้อมูลขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการเข้าถึงเครื่องมือบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกแก่ผู้รับบริการ
Fields of Study & Subjects
Public Policy and Administration Research
Public Administration in Developing Nations
Management Systems and Quality Improvement
Publication details
- Journal / source
- รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์
- Volume
- 57
- Issue
- 1
- Pages
- e6466–e6466
- Publication date
- 31 January 2026
- Language
- TH