การสงเคราะหงานวจยเกยวกบวธการจดการเรยนร ทสงผลตอความคดสรางสรรคของนกเรยน โดยวธการวเคราะหอภมาน
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ที่เป็นวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนภายในประเทศ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ระหว่างปี พ.ศ. 2552–2564 โดยใช้ การวิเคราะห์อภิมาน จากฐานข้อมูลออนไลน์ โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (Thai LIS) ซึ่งมีประเด็นที่มุ่งศึกษา ได้แก่ 1) วิเคราะห์ลักษณะและปริมาณงานวิจัย 2) เปรียบเทียบความแตกต่าง ของค่าขนาดอิทธิพลจากผลการวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ ผู้วิจัยใช้คำสำคัญในการสืบค้นคือ ความคิดสร้างสรรค์ และเลือกเฉพาะงานวิจัยเชิงทดลองหรือกึ่งทดลอง จำนวน 79 เรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบประเมินคุณภาพงานวิจัยและเกณฑ์การประเมินคุณภาพงานวิจัย 2) แบบบันทึกคุณลักษณะงานวิจัย และคู่มือลงรหัสงานวิจัย การคำนวณค่าขนาดอิทธิพลของงานวิจัยใช้สูตรของ Glass สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่าง ของค่าขนาดอิทธิพล โดยใช้สถิติของ Kruskal-Wallis Test ผลการวิจัยพบว่า 1.ข้อมูลพื้นฐานของงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ระหว่างปี พ.ศ. 2552–2564 มี จำนวน 79 เรื่อง สรุป ได้ดังนี้ สถาบันที่มีจำนวนงานวิจัย มากที่สุด คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขาวิชาที่ผลิตงานวิจัย มากที่สุด คือ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ปีที่มีการตีพิมพ์งานวิจัยมากที่สุด คือ ปี พ.ศ. 2562 กลุ่มวิชาที่นำมาทำการวิจัยมากที่สุด คือ กลุ่มวิชาศิลปศึกษา ดนตรี นาฏศิลป์และรายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี วิธีการจัดการเรียนรู้ที่นำมาใช้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด คือ วิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยการสอนพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ระดับช่วงชั้นที่ทำการวิจัยมากที่สุด คือ ระดับช่วงชั้นที่ 2 แบบแผนงานวิจัยที่ใช้ มากที่สุด คือ One group pretest–posttest design เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองมากที่สุด คือ แผนการจัดการเรียนรู้ สถิติตรวจสอบสมมติฐานงานวิจัยที่ใช้มากที่สุด คือ t-test for dependent samples ระดับนัยสำคัญที่ปรากฎในงานวิจัยมากที่สุด คือ .05 2.ผลการเปรียบเทียบขนาดของอิทธิพลวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์จำแนกตามระดับช่วงชั้นต่างกัน พบว่า ระดับช่วงชั้นต่างกัน ไม่มีผลทำให้ค่าขนาดอิทธิพลวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 3. ผลการเปรียบเทียบขนาดของอิทธิพลวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์จำแนกตามวิธีการจัดการเรียนรู้ต่างกัน พบว่า วิธีการจัดการเรียนรู้ต่างกัน ไม่มีผลทำให้ค่าขนาดอิทธิพลวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 4. ผลการเปรียบเทียบขนาดของอิทธิพลวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนจำแนกตามกลุ่มวิชาต่างกัน พบว่า กลุ่มวิชาต่างกัน ไม่มีผลทำให้ค่าขนาดอิทธิพลวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
Fields of Study & Subjects
Creativity in Education and Neuroscience
Educational methodologies and cognitive development
Innovative Teaching and Learning Methods
Publication details
- Journal / source
- วารสารการอ่าน
- Volume
- 29
- Issue
- 2
- Pages
- 107–122
- Publication date
- 14 January 2026
- Language
- TH